วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
ทำไมเทรดเดอร์ที่เทรดตามระบบส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จในการเทรด
"Bruce Babcock" ได้ให้เหตุผลไว้ 6 ข้อ...
1. ขาดความเข้าใจในระบบที่ใช้ (Lack of Understanding)
ไม่เข้าใจถึงเหตุผล ว่าระบบนี้จะทำเงินให้กับเราได้ อย่างไร... จึงทำให้ ยังคงเป็นเทรดเดอร์ที่มีอีโก้อย ู่ ยังชอบที่จะคาดเดาตลาดอยู่
นี้ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เทรดเดอ ร์ทั้งหลาย ยังไม่ประสบความสำเร็จ
2. ขาดการบริหารเงินที่ดี (Lack of Capital)
เปิด position ด้วยความเสี่ยงที่สูงเกินไป...
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Size ที่ใหญ่เกินไป หรือ Leverage ที่สูงเกินไป
เทรดเดอร์บางคนเทรดแบบว่า ไม้นี้เสียไม่ได้แล้ว... ถ้าเสียจะสูญเงินทั้งก้อน
ถึงจะรอดครั้งนี้... แต่อีกไม่นานเขาต้องหมดตัวอย่าง แน่นอน
3. คาดหวังสิ่งที่มันยากเกินความจร ิง (Unrealistic Expectations)
เทรดเดอร์ที่เขามาในตลาดล้วนอยา กรวยเร็ว อยากได้ return สูงๆ ในระยะเวลาสั้นๆ...
บางก็คิดว่าเราต้องไม่ขาดทุน ไม่ยอม cut loss...
4. ขาดความอดทน (Lack of Patience)
เทรดเดอร์ที่ขาดความอดทนแบบนี้. ..
ต้องถามว่า... เคยขายหมู เพราะกลัวกำไรที่มีจะหายไปไหม?
ระบบยังให้ถือต่อไป แต่เรากลัวกำไรที่มีจะหายไป
สุดท้ายมันวิ่งแบบไม่ลืมหูลืมตา แล้วเราก็ได้แต่มองมันวิ่ง...
ถ้าพลาดแบบนี้ อย่าไปกระโดดขึ้นรถตอนที่มันวิ่ งอยู่หละ ! อาจจะเจ็บตัวได้
5. ขาดความมีวินัย (Lack of Discipline)
เคยคันมือกันไหม? อยากที่จะมี position อยู่ในมือตลอด...
คิดว่าเราเก่ง... จะทำกำไรทั้ง ขาขึ้น และ ขาลง ในทุกๆการเคลื่อนไหว
นี่คือ...ขาดความอดทน ในการหาจังหวะที่ดีในการเทรด
6. กลัวความเสี่ยง (High Risk Aversion)
เทรดเดอร์หลายคนเป็นแบบนี้... ขาดทุนนิดเดียว ไม่ยอมคัท
ไม่อยากขาดทุนเลย... ทำให้หลายครั้งเสียโอกาสที่จะ cut loss เพื่อมาทำกำไรในการเทรดครั้งต่อ ไป ที่สามารถทำกำไรได้ดีกว่า !
1. ขาดความเข้าใจในระบบที่ใช้ (Lack of Understanding)
ไม่เข้าใจถึงเหตุผล ว่าระบบนี้จะทำเงินให้กับเราได้
นี้ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เทรดเดอ
2. ขาดการบริหารเงินที่ดี (Lack of Capital)
เปิด position ด้วยความเสี่ยงที่สูงเกินไป...
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Size ที่ใหญ่เกินไป หรือ Leverage ที่สูงเกินไป
เทรดเดอร์บางคนเทรดแบบว่า ไม้นี้เสียไม่ได้แล้ว... ถ้าเสียจะสูญเงินทั้งก้อน
ถึงจะรอดครั้งนี้... แต่อีกไม่นานเขาต้องหมดตัวอย่าง
3. คาดหวังสิ่งที่มันยากเกินความจร
เทรดเดอร์ที่เขามาในตลาดล้วนอยา
บางก็คิดว่าเราต้องไม่ขาดทุน ไม่ยอม cut loss...
4. ขาดความอดทน (Lack of Patience)
เทรดเดอร์ที่ขาดความอดทนแบบนี้.
ต้องถามว่า... เคยขายหมู เพราะกลัวกำไรที่มีจะหายไปไหม?
ระบบยังให้ถือต่อไป แต่เรากลัวกำไรที่มีจะหายไป
สุดท้ายมันวิ่งแบบไม่ลืมหูลืมตา
ถ้าพลาดแบบนี้ อย่าไปกระโดดขึ้นรถตอนที่มันวิ่
5. ขาดความมีวินัย (Lack of Discipline)
เคยคันมือกันไหม? อยากที่จะมี position อยู่ในมือตลอด...
คิดว่าเราเก่ง... จะทำกำไรทั้ง ขาขึ้น และ ขาลง ในทุกๆการเคลื่อนไหว
นี่คือ...ขาดความอดทน ในการหาจังหวะที่ดีในการเทรด
6. กลัวความเสี่ยง (High Risk Aversion)
เทรดเดอร์หลายคนเป็นแบบนี้... ขาดทุนนิดเดียว ไม่ยอมคัท
ไม่อยากขาดทุนเลย... ทำให้หลายครั้งเสียโอกาสที่จะ cut loss เพื่อมาทำกำไรในการเทรดครั้งต่อ
วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
เคล็ดลับการเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ
สวัสดี
ครับคุณประวีร์ที่เคารพ ผมสนใจที่จะเป็น Trader
เพราะโดยส่วนตัวคิดว่าเป็นการเสี่ยงที่มีสิทธิ์ที่จะได้รายได้มาก
เห็นว่าการเป็นเทรดเดอร์ไม่ต้องลงทุนมาก ถ้าทำดีๆ ก็ได้ผลตอบแทนเร็ว
ดูหลักวิธีการและเท่าที่ศึกษากับรับฟังมาดูเหมือนไม่ยากเท่าไร
แต่ที่จริงไม่ทราบว่าการเป็นเทรดเดอร์ยากไหมครับและการจะเป็นเทรดเดอร์ควรจะ
มีข้อคิดอย่างไรครับ
Kittisak P.ตอบคุณ Kittisak P.
ถ้าถามแบบนี้จะให้คำตอบก็คือไม่ยากครับ แต่จะเป็น trader
ที่ประสบความสำเร็จที่ได้มากกว่าเสียนั้นยากนะครับ การลงทุนเป็นความเสี่ยง
การเป็น trader นี่ยิ่งเห็นได้ชัดเจนเลยครับเพราะเป็นการเก็งกำไร
มีคำกล่าวถึงธรรมชาติของมนุษย์ว่าส่วนใหญ่ไม่ชอบเสี่ยงแต่ว่าในใจก็ยัง
แอบอยากได้กำไรเยอะๆ จากการเก็งกำไร ไม่ว่าจะเป็นทองคำ ที่ดิน หุ้น
ผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ
แล้วก็ไปได้ตัวอย่างจากบรรดานักเก็งกำไรที่ได้กำไรเยอะๆ
เอามาเป็นแรงบันดาลใจ
ซึ่งผมก็อยากจะบอกว่านักเก็งกำไรที่เขาประสบความสำเร็จได้เงินมากๆ
เหล่านั้น ก็เปรียบเสมือนเขาได้รับการ "ว่าจ้าง" มาให้รับความเสี่ยงต่างๆ
จากผู้คนรอบข้างที่ไม่อยากเสี่ยงนี่แหละ ยังมี trader
อีกมากมายที่ล้มเหลวและถอดใจ
แต่เราไม่เคยได้ยินเพียงเพราะว่าผู้คนโดยทั่วไปมักจะชอบเล่าลือถึงเรื่อง
ความสำเร็จเท่านั้น
ใครที่ไม่ประสบความสำเร็จเขาก็ไม่อยากไปพูดบอกใครหรอกครับ
มีบทสรุปที่เขารวมไว้ พูดถึงสิ่งที่เป็นเหมือนหลุมพรางทางจิตวิทยา 6
อย่างที่ trader จะต้องเอาชนะก้าวข้ามไปให้ได้ ว่าไปทีละอย่างเลยนะครับ
1. อย่าพึ่งพาคนอื่นมากจนเกินความจำเป็น
ท่องคติไทยที่ว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตนให้ขึ้นใจ
จะมีผู้คนมากมายทั้งปรารถนาดี/ไม่ดี มาให้ข้อคิด คำแนะนำ อย่างมากต่อท่าน
เช่น broker เพื่อน เซียน เราจะทราบได้อย่างไรว่าเขาเหล่านั้นเป็น Guru
จริงๆ จริงอยู่อาจจะมีข้อยกเว้นอยู่บ้าง
ข้อแนะนำในการรับความช่วยเหลือจากคนเหล่านั้นขอให้จำกัดเพียงแค่การอำนวย
ความสะดวก หรือข้อมูลข่าวสารของสิ่งที่เรา trade อยู่
2. เมื่อผิดอย่าโทษคนอื่น ขอให้โทษตัวเองไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร
ผมว่าวินัยข้อนี้จำเป็นนะครับ เพราะหากเราไม่ฝึกฝนให้รับผิดชอบต่อสิ่งต่างๆ
ที่เกิดขึ้น ขบวนการตัดสินใจจะไม่ยึดผลประโยชน์ของเราเป็นที่ตั้งได้
3. เน้นระยะยาว อย่าปรับวิธีการ trade โดยพิจารณาเพียงผลการ
trade ระยะสั้นเพียงอย่างเดียว ทุกอย่างจะมีวันที่ดีและวันที่ไม่ดี ผลการ
trade ในระยะสั้นอาจจะดูดี
แต่ตามสถิติแล้วมันมีปัจจัยทางด้านโชคมาเกี่ยวข้องมากกว่าระยะยาว
ตัวอย่างมีให้เห็นมากมายครับ อย่างการเข้า/ออกในหุ้น
หรืออัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ
ส่วนใหญ่จะลงเอยด้วยการขาดทุนหรือไม่ก็ได้กำไรไม่พอค่าใช้จ่าย เช่น
Brokerage Fee หรือ bid/offer spread ครับ
4.
อย่าประเมินความยากของการเอาชนะความรู้สึกแย่ๆ ต่ำเกินไป เช่น
แผนการเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จเมื่อสัปดาห์ก่อนอาจจะเป็นแผนที่แย่มากใน
สัปดาห์นี้ก็ได้ ซึ่งเราต้องเอาชนะความรู้สึกแย่ๆ
เช่นนั้นให้ได้และมุ่งมั่นต่อไป เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า
"นักรบย่อมมีบาดแผล" ไหมครับ ตราบใดที่ยังเป็น trader อยู่
ขอให้มองการขาดทุนเป็นเรื่องปกติและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต (a part of
the game) ไม่มีใครเอาชนะตลาดได้หรอกครับ
แต่เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งของตลาดในส่วนที่สำเร็จได้
5.
อย่าคึกมากเมื่ออยู่ขาขึ้น คนที่ได้เงินจากการเก็งกำไรมากๆ ติดต่อกัน
จะรู้สึก "คึก" เป็นพิเศษ
อยากจะเพิ่มขนาดของการเก็งกำไรให้มากขึ้นซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดมากนะครับ
ช่วงจังหวะที่ควรเพิ่มขนาดการ trade
น่าจะอยู่หลังจากที่เราเสียอย่างต่อเนื่องมากกว่า
6.
อย่าเหี่ยวลงเมื่ออยู่ขาลง ข้อนี้ตรงข้ามกับข้อ 5 ข้างบน
มีคนเคยกล่าวไว้ว่าการเก็งกำไรเหมือนกับการเล่นกอล์ฟ
นักกอล์ฟทุกคนไม่ว่าจะตีเก่งหรือไม่เก่งต้องมีช่วงตีที่ดีและไม่ดี
เมื่อตีดีก็ดีใจว่าได้ "วง" ที่วิเศษหาอยู่นานมาไว้กับตัว
เมื่อตีแย่ก็จะรู้สึกว่าจะต้องออกจากช่วงนี้ได้อย่างไร trader ก็เหมือนกัน
ตอนได้ผลตอบแทนดีๆ ก็ฮึกเหิมว่าเราเก่ง ทำเงินได้มากและอยาก trade
มากขึ้น ตอนขาดทุนก็อยากจะเลิก trade ไปเลย
สิ่งที่อยากจะแนะนำก็คือให้ยึดมั่นทางสายกลาง ความพอดี
ดูเหมือนพูดง่ายแต่ทำยาก แต่เมื่อลองทำดู ถึงแม้ว่า control ไม่ได้ทั้งหมด
จะพบว่าเราสามารถจะทำให้ trading นั้นมีความยั่งยืน (sustainable)
ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสองขั้วแบบสุดๆ เสมอไปครับ
ขอให้จดจำไว้และฝึกปฏิบัติจะเห็นผลในทางที่ดี อีกนิดหนึ่งแถมท้าย trader
ที่ดี นอกจาก 6 ข้อข้างบนแล้ว จะต้องเข้าใจตัวเองอย่างถ่องแท้ สมดุล
และควบคุมสภาวะจิตใจของตัวเองให้ได้ เป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยากนะครับ
ไม่ว่าคุณจะ trade อะไร ทองคำ น้ำมัน FX ดอกเบี้ย เราจะประสบความสำเร็จครับ
ขอให้โชคดีนะครับ
ที่มา-ไทยโพสต์
วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
17 ทริปการเทรดในตลาด Forex สำหรับมือใหม่ ตอนที่ 2
10.ก่อนที่จะยอมรับสัญญาณการเทรด
คุณต้องตรวจสอบก่อนว่า กำไร/ขาดทุน ต้องได้อย่างน้อย 2:1 และอย่าเข้าเทรดถ้า กำไร/ขาดทุน น้อยกว่า 2
จากสถิติพบว่า
โดยทั่วไปแล้วเทรดเดอร์จะมีความสามารถในการคาดเดาตลาดได้ถูกต้องประมาณ 60%
โดยเฉลี่ยเท่านั้น นี่คือเหตุผลว่าทำไม กำไร/ขาดทุน ควรต้องได้อย่างน้อย 2:1 นี่คือแนวทางที่จะทำให้คุณได้กำไรในระยะยาว
11.อย่าถัวเฉลี่ยเมื่อคุณเทรดผิดทาง
ถ้าคุณถัวเฉลี่ยในขณะที่คุณเทรดผิดทาง นั่นหมายถึงว่าคุณกำลังเทรดด้วยอารมณ์
ถ้าตลาดไม่กลับมายังทิศทางที่คุณคิดคุณจะเสียเงินจำนวนมาก
บางคนก็ใช้วิธีการเลื่อนจุดสต๊อบลอสออกไปเมื่อเขาเทรดผิดทาง
นั่นเป็นแนวทางที่จะทำให้คุณเสียเงิน ในทริปนี้เราขอแนะนำว่าให้คุณเพิ่มโพซิชันเมื่อคุณเทรดถูกทาง
นั่นหมายถึงการถัวเฉลี่ยในทิศทางการเทรดที่ถูกต้องนั่นเอง
12.ตัดขาดทุนและปล่อยให้กำไรวิ่งไป
ปิดโพซิชันที่ขาดทุนโดยไม่ลังเล และปล่อยให้กำไรสะสมมากขึ้น
อย่ากลัวว่าตลาดจะรีเทิร์นกลับมาและคุณจะเสียแค่ -20 จุด เมื่อมันวิ่งไปให้ยกจุดตัดขาดทุนมาไว้ที่ศูนย์และคุณปล่อยให้กำไรวิ่งไป
อาจเป็นไปได้ว่าคุณบวก +80 จุด ซึ่งมาจะกลบการขาดทุนของคุณในตอนแรก
13.คุณควรรู้เวลาของค่าเงินที่คุณจะเทรดว่าเวลาไหนที่แอคทีฟที่สุด
อย่างเช่น GBPUSD และ EURUSD จะแอคทีฟเวลาที่ตลาดลอนดอนและตลาดนิวยอร์กเปิดซ้อนทับกัน
(ระหว่าง 8:00 am และ 11:00 am EST) ส่วน AUDJPY จะแอคทีฟเมื่อตลาดซิดนีย์และตลาดโตเกียวเปิดซ้อนทับกัน
(ระหว่าง 7:00 pm และ 12:00 am EST)
มันง่ายและปลอดภัยที่จะรู้ว่าควรจะเทรดช่วงเวลาไหน
ยังดีกว่าต้องมานั่งเฝ้าเวลาอื่นที่กราฟแกว่งเพียงแค่ 20 จุด
14.คุณควรรู้วันที่เหมาะสมกับการเทรดในรอบสัปดาห์
อย่าเทรดเมื่อตลาดมีโวลุ่มต่ำ
นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณไม่ควรเทรดวันจัทร์และวันศุกร์
วันจันทร์เทรดจะมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ส่วนวันศุกร์ก็จะมีแนวโน้มที่ผันผวนมาก
เพราะว่าวันศุกร์มีเทรดเดอร์จำนวนมากปิดโพซิชันในระยะวีคของพวกเขา
15.หลีกเลี่ยงการใช้เลเวอร์เลท สำหรับเทรดเดอร์หน้าใหม่
เลเวอร์เลทที่มากกว่า 100:1 คือ หายนะ
เลเวอร์เลทที่ 100:1 หมายความว่า
ทุกๆ 1 เหรียญในแอคเค้าท์ของคุณ คุณสามารถเทรดได้ถึง 100 เหรียญ
แต่ถ้าคุณเปิดโพซิชันและมันเคลื่อนที่ตรงข้ามกับคุณ คุณจะเสียเงินอย่างรวดเร็วมากกว่าการเรดที่ปราศจากเลเวอร์เลท
16.พยายามประเมินทักษะการเทรดของคุณทุกๆสิ้นเดือนหรือสิ้นปี
อย่าตัดสิ้นความสำเร็จหรือล้มเหลวพียงแค่การเทรดเพียงแค่ครั้งเดียว
กลยุทธในการเทรดอาจจะผิดพลาดถึง 10 ครั้งติดๆกัน ด้วยการสูญเสียครั้งครั้งละน้อยๆ
เช่น -15 จุด แต่เมื่อการเทรดเข้าทางของคุณ คุณอาจทำได้ถึง +300 จุด
ต่อเดือนและอาจทำได้ถึง +2000จุด ต่อปี
แต่ถ้าคุณตัดสินการเทรดทั้งหมดจากเพียงแค่การเทรดในตอนเริ่มต้นเท่านั้น
คุณก็อาจจะยอมแพ้ไปก่อน ก่อนที่จะได้พบกับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ในภายหลัง
17.ไม่มีใครเกิดมาพร้อมที่จะเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จโดยทันที
เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จล้วนแล้วแต่ต้องผ่านการเรียนรู้ทั้งนั้น
คุณอาจจะต้องล้างพอร์ตหลายครั้ง และอาจจะต้องฝากเงินเข้าไปในพอร์ตอีกหลายครั้ง
จนกว่าคุณจะพบแนวทางของคุณเองที่สามารถทำกำไรได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมการเริ่มต้นของเทรดเดอร์หน้าใหม่จึงควรที่จะเทรด้วยแอคเค้าท์ขนาดเล็ก
ซึ่งไม่มากกว่า 1,000 เหรียญ และเมื่อคุณทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอในแอคเค้าท์เล็ก
คุณก็สามารถที่จะฝากเงินเพิ่มได้เพื่อเทรดด้วยขนาดล็อตที่ใหญ่ขึ้น
สนใจเปิดบัญชีเทรด Forex กับโบรกเกอร์ Exness คลิ๊ก
วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
17 ทริปการเทรดในตลาด Forex สำหรับมือใหม่ ตอนที่ 1
1.พยายามพัฒนากลยุทธในการเทรดและต้องแน่ใจว่ามันทำงานได้ดีกับข้อมูลในอดีต
จากนั้นต้องแน่ใจว่ามันทำงานได้ดีในเดโมแอคเค้าท์ และสุดท้ายต้องแน่ใจว่ามันทำงานได้ดีในแอคเค้าท์จริงด้วยปริมาณล็อตน้อยๆ
จากนั้นถ้ามันทำงานได้ดีคุณสามารถนำมันมาใช้งานจริงกับปริมาณการเทรดที่ใหญ่ขึ้น
การเทรดที่ไม่มีกลยุทธจะทำให้ไม่สามารถมีกำไรในระยะยาวได้
2.เมื่อคุณเทรด
คุณจะต้องพิจารณาแนวโน้มของเทรนในปัจจุบันเสมอ ซึ่งมันขึ้นกับทามเฟรมที่คุณใช้
เช่น ระยะวันหรือระยะเดือน เป็นต้น ถ้าตลาดอยู่ในสภาวะที่มีแนวโน้ม
คุณจะต้องเปิดเทรดตามแนวโน้มนั้น ห้ามเปิดเทรดสวนแนวโน้มนั้น
และถ้ามันไม่มีแนวโน้ม คุณสามารถเทรดได้ทั้งสองทิศทางด้วยการขีดเทรนไลน์ในลักษณะ Channel
3.ก่อนที่คุณจะเทรดในทามเฟรมนั้นๆ
คุณจะต้องตรวจสอบทามเฟรมที่มีขนาดใหญ่กว่าเสมอ เช่น ถ้าคุณเทรดระหว่างวัน
คุณจะต้องตรวจสอบทามเฟรมระยะเดย์
เพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้เทรดสวนทามเฟรมระยะเดือน
4.ใช้ทามเฟรมขนาดเล็กเพื่อหาจุดเข้าจุดออกที่ดีที่สุด
ถ้าคุณเทรดทามเฟรม 1 ชั่วโมง ใช้ทามเฟรม 15 นาที เพื่อหาจุดเข้าจุดออกที่ดีที่สุด
ถ้าคุณเทรดทามเฟรมระยะวัน คุณควรใช้ทามเฟรม 1
ชั่โมงในการหาจุดเข้าและจุดออกที่ดีที่สุด
5.เรียนรู้วิธีการบริหารความเสี่ยง
เพราะถ้าคุณไม่บริหารความเสี่ยงและเทรดมากจนเกินไป เมื่อทุนคุณหมด
คุณก็จำเป็นที่จะต้องออกจากธุรกิจนี้อย่างทันที
นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณไม่ควรเสี่ยงเกิน 5% ของพอร์ต และสำหรับทริปนี้ ผมแนะนำว่าคุณไม่ควรที่จะเทรดเกิน 2-3%
ของพอร์ต
6.เรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ของคุณ
เมื่อคุณเปิดและปิดโพซิชันของคุณบนพื้นฐานของอารมณ์ไม่ใช่บนพื้นฐานของระบบที่ได้บอกคุณ
เมื่อนั้นคุณจะเริ่มเสียเงิน
เช่นเดียวกันถ้าคุณชนะติดๆกันคุณก็จะเริ่มคิดว่าคุณเองคือผู้วิเศษ
และละทิ้งระบบของคุณซึ่งจะนำไปสู่การสูญเสียเงินครั้งใหญ่
ดั้งนั้นคุณจะต้องทำใจให้สงบ ไม่ว่าคุณจะเทรดได้หรือเสีย หลังจากการเทรดที่พ่ายแพ้
ไม่นานคุณก็จะได้พบกับการเทรดที่ได้รับชัยชนะ
ซึ่งจะชดเชยการสูญสียที่มีมาก่อนหน้านั้น
7.กลยุทธในการเทรดควรจะเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และบุคลิกภาพของคุณ
ถ้าคุณมีเวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน คุณควรเลือกเทรดในทามเฟรมขนาดใหญ่ เช่น ระยะวันหรือระยะเดือน
ถ้าคุณไม่สามารถรอคอยการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ได้คุณควรเทรดในทามเฟรมขนาดเล็ก เช่น
5-15 นาที ถ้าคุณต้องการเวลาหลายชั่วโมงในการตัดสินใจ คุณควรเลือกทามเฟรมขนาดใหญ่
และเทรดในแนวโน้มระยะยาว
8.ถ้าคุณกำลังสงสัยหรือไม่แน่ใจในตลาด
คุณควรงดจากการเทรด การที่คุณหยุดเทรดจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการเสียเงินได้
และเตรียมความพร้อมที่จะทำกำไรก้อนใหญ่เมื่อมีเทรนปรากฏขึ้น
9.ใช้จุดตัดขาดทุนหรือการเฮดจ์เสมอ
เมื่อคุณอยู่ตรงข้ามกับแนวโน้มคุณควรตัดขาดทุนหรือเฮดจ์เพื่อรักษาเงินทุนของคุณไว้อย่าเสี่ยงเงินของคุณทั้งหมดเพียงเพื่อการเทรดเพียงแค่ครั้งเดียว
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สนใจเปิดบัญชีเทรด Forex กับโบรกเกอร์ Exness คลิ๊ก
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สนใจเปิดบัญชีเทรด Forex กับโบรกเกอร์ Exness คลิ๊ก
วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
วิธีถอนเงิน ถอนกำไร Exness เข้าธนาคารในไทย Withdrawal Funds
1. ไปที่หน้าเว็บไซต์ Exness คลิกเข้าสู่ระบบ ใส่ ID บัญชีเทรด และรหัส เพื่อเข้าสู่ระบบ
2. เข้าที่ menu การถอนเงิน(Withdrawal)

3. เลือกประเภทการดำเนินการ>>การโอนเงินผ่านธนาคารออนไลน์ในประเทศไทย

4. เลือกธนาคารในไทยที่เราต้องการถอนเงินจากExness ที่Bank Name ในตัวอย่าง เป็น ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน)

5. ใส่เลขที่บัญชีธนาคารที่ต้องการให้ Exness โอนเงินเข้า และใส่จำนวนเงินที่ต้องการถอนหน่วยเป็น USD คลิกปุ่มทำการถอนเงิน
6. ถ้าชื่อบัญชีไม่ตรงกับชื่อที่เราเปิดพอร์คลงทุน ระบบก็จะให้เราใส่รหัสผ่านเพื่อทำการยืนยัน รหัสจะถูกส่งไปยัง emailของเรา ดังภาพด้านล่างให้เอารหัสนั้นมาใส่ จากนั้นให้คลิกปุ่ม ยื่นยันการถอนเงิน


7. ระบบการถอนเงินexness ก็จะแสดงหน้าจอ และสถานะการถอนเงิน

8. เมื่อไม่มีการยกเลิกการถอนเงิน ไม่นานเมื่อเงินเข้าบัญชีธนาคาร สถานะก็จเปลี่ยนเป็น ยอมรับแล้ว

9. SMS แจ้งเตือนเงินเข้าบัญชี

Exness Automatic Withdrawal ระบบเบิกเงินอัตโนมัติง่ายสะดวก รวดเร็ว กดถอนเงินไม่กี่นาทีเงินเข้าบัญชีเราทันที
ขอบคุณที่มา : http://www.การเล่นหุ้น.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99exness%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3/
2. เข้าที่ menu การถอนเงิน(Withdrawal)
3. เลือกประเภทการดำเนินการ>>การโอนเงินผ่านธนาคารออนไลน์ในประเทศไทย
4. เลือกธนาคารในไทยที่เราต้องการถอนเงินจากExness ที่Bank Name ในตัวอย่าง เป็น ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน)
5. ใส่เลขที่บัญชีธนาคารที่ต้องการให้ Exness โอนเงินเข้า และใส่จำนวนเงินที่ต้องการถอนหน่วยเป็น USD คลิกปุ่มทำการถอนเงิน
6. ถ้าชื่อบัญชีไม่ตรงกับชื่อที่เราเปิดพอร์คลงทุน ระบบก็จะให้เราใส่รหัสผ่านเพื่อทำการยืนยัน รหัสจะถูกส่งไปยัง emailของเรา ดังภาพด้านล่างให้เอารหัสนั้นมาใส่ จากนั้นให้คลิกปุ่ม ยื่นยันการถอนเงิน
7. ระบบการถอนเงินexness ก็จะแสดงหน้าจอ และสถานะการถอนเงิน
8. เมื่อไม่มีการยกเลิกการถอนเงิน ไม่นานเมื่อเงินเข้าบัญชีธนาคาร สถานะก็จเปลี่ยนเป็น ยอมรับแล้ว
9. SMS แจ้งเตือนเงินเข้าบัญชี
Exness Automatic Withdrawal ระบบเบิกเงินอัตโนมัติง่ายสะดวก รวดเร็ว กดถอนเงินไม่กี่นาทีเงินเข้าบัญชีเราทันที
ขอบคุณที่มา : http://www.การเล่นหุ้น.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99exness%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3/
ฝากเงินลงทุนExnessผ่าน7-11
วิธีฝากเงินลงทุนกับEXNESS ผ่านเซเว่นอีเลฟเว่นCounter Service
1.ล็อก อิน เข้าexnessเลือกaAdd funds โอนขั้นต่ำ350บาท หรือแล้วแต่ค่าเงินขณะนั้น ทั้งนี้และทั้งนั้นคำนวณออกมาแล้วต้องไม่ต่ำกว่า10$ เช่น ถ้าค่าเงินบาทตอนนี้เท่ากับ30บาทต่อ1$ ยอดโอนขั้นต่ำก็อยู่ประมาณ330บาทถ้วน(เพราะต้องเพื่อค่าธรรมเนียมของทาง โบรกเกอร์ด้วย) ทางโบรกเกอร์อนุญาติให้โอนเงินเข้าบัญชีซื้อขายเท่าไรก็ได้ไม่จำกัดยอดเงิน ในบัญชีซื้อขายหุ้นของท่าน(เงินในบัญชีนี้สามารถถอนออกได้ตลอดเวลาตามความ ต้องการของท่าน เงินในบัญชีนี้คือเงินของท่านไม่ใช่เงินของทางโบรกเกอร์)

2.ระบบจะเปลี่ยนเงินของท่านเป็นเงินดอลล่า

3.ตรวจสอบความถูกต้อง

4.ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปไว้แล้วนำไปให้พนักงานคิดเงินที่711หรือโลตัส คลิ๊กdoneไปเรื่อยๆจนกว่าจะกลับสู่หน้าของโบรกเกอร์Exness

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
1.ล็อก อิน เข้าexnessเลือกaAdd funds โอนขั้นต่ำ350บาท หรือแล้วแต่ค่าเงินขณะนั้น ทั้งนี้และทั้งนั้นคำนวณออกมาแล้วต้องไม่ต่ำกว่า10$ เช่น ถ้าค่าเงินบาทตอนนี้เท่ากับ30บาทต่อ1$ ยอดโอนขั้นต่ำก็อยู่ประมาณ330บาทถ้วน(เพราะต้องเพื่อค่าธรรมเนียมของทาง โบรกเกอร์ด้วย) ทางโบรกเกอร์อนุญาติให้โอนเงินเข้าบัญชีซื้อขายเท่าไรก็ได้ไม่จำกัดยอดเงิน ในบัญชีซื้อขายหุ้นของท่าน(เงินในบัญชีนี้สามารถถอนออกได้ตลอดเวลาตามความ ต้องการของท่าน เงินในบัญชีนี้คือเงินของท่านไม่ใช่เงินของทางโบรกเกอร์)
2.ระบบจะเปลี่ยนเงินของท่านเป็นเงินดอลล่า
3.ตรวจสอบความถูกต้อง
4.ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปไว้แล้วนำไปให้พนักงานคิดเงินที่711หรือโลตัส คลิ๊กdoneไปเรื่อยๆจนกว่าจะกลับสู่หน้าของโบรกเกอร์Exness
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)