วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

17 ทริปการเทรดในตลาด Forex สำหรับมือใหม่ ตอนที่ 2



10.ก่อนที่จะยอมรับสัญญาณการเทรด คุณต้องตรวจสอบก่อนว่า กำไร/ขาดทุน ต้องได้อย่างน้อย 2:1 และอย่าเข้าเทรดถ้า กำไร/ขาดทุน น้อยกว่า 2 จากสถิติพบว่า โดยทั่วไปแล้วเทรดเดอร์จะมีความสามารถในการคาดเดาตลาดได้ถูกต้องประมาณ 60% โดยเฉลี่ยเท่านั้น นี่คือเหตุผลว่าทำไม กำไร/ขาดทุน ควรต้องได้อย่างน้อย 2:1 นี่คือแนวทางที่จะทำให้คุณได้กำไรในระยะยาว

11.อย่าถัวเฉลี่ยเมื่อคุณเทรดผิดทาง ถ้าคุณถัวเฉลี่ยในขณะที่คุณเทรดผิดทาง นั่นหมายถึงว่าคุณกำลังเทรดด้วยอารมณ์ ถ้าตลาดไม่กลับมายังทิศทางที่คุณคิดคุณจะเสียเงินจำนวนมาก บางคนก็ใช้วิธีการเลื่อนจุดสต๊อบลอสออกไปเมื่อเขาเทรดผิดทาง นั่นเป็นแนวทางที่จะทำให้คุณเสียเงิน ในทริปนี้เราขอแนะนำว่าให้คุณเพิ่มโพซิชันเมื่อคุณเทรดถูกทาง นั่นหมายถึงการถัวเฉลี่ยในทิศทางการเทรดที่ถูกต้องนั่นเอง

12.ตัดขาดทุนและปล่อยให้กำไรวิ่งไป ปิดโพซิชันที่ขาดทุนโดยไม่ลังเล และปล่อยให้กำไรสะสมมากขึ้น อย่ากลัวว่าตลาดจะรีเทิร์นกลับมาและคุณจะเสียแค่ -20 จุด เมื่อมันวิ่งไปให้ยกจุดตัดขาดทุนมาไว้ที่ศูนย์และคุณปล่อยให้กำไรวิ่งไป อาจเป็นไปได้ว่าคุณบวก +80 จุด ซึ่งมาจะกลบการขาดทุนของคุณในตอนแรก

13.คุณควรรู้เวลาของค่าเงินที่คุณจะเทรดว่าเวลาไหนที่แอคทีฟที่สุด อย่างเช่น GBPUSD และ EURUSD จะแอคทีฟเวลาที่ตลาดลอนดอนและตลาดนิวยอร์กเปิดซ้อนทับกัน (ระหว่าง 8:00 am และ 11:00 am EST) ส่วน AUDJPY จะแอคทีฟเมื่อตลาดซิดนีย์และตลาดโตเกียวเปิดซ้อนทับกัน (ระหว่าง 7:00 pm และ 12:00 am EST) มันง่ายและปลอดภัยที่จะรู้ว่าควรจะเทรดช่วงเวลาไหน ยังดีกว่าต้องมานั่งเฝ้าเวลาอื่นที่กราฟแกว่งเพียงแค่ 20 จุด

14.คุณควรรู้วันที่เหมาะสมกับการเทรดในรอบสัปดาห์ อย่าเทรดเมื่อตลาดมีโวลุ่มต่ำ นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณไม่ควรเทรดวันจัทร์และวันศุกร์ วันจันทร์เทรดจะมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ส่วนวันศุกร์ก็จะมีแนวโน้มที่ผันผวนมาก เพราะว่าวันศุกร์มีเทรดเดอร์จำนวนมากปิดโพซิชันในระยะวีคของพวกเขา

15.หลีกเลี่ยงการใช้เลเวอร์เลท สำหรับเทรดเดอร์หน้าใหม่ เลเวอร์เลทที่มากกว่า 100:1 คือ หายนะ เลเวอร์เลทที่ 100:1 หมายความว่า ทุกๆ 1 เหรียญในแอคเค้าท์ของคุณ คุณสามารถเทรดได้ถึง 100 เหรียญ แต่ถ้าคุณเปิดโพซิชันและมันเคลื่อนที่ตรงข้ามกับคุณ คุณจะเสียเงินอย่างรวดเร็วมากกว่าการเรดที่ปราศจากเลเวอร์เลท

16.พยายามประเมินทักษะการเทรดของคุณทุกๆสิ้นเดือนหรือสิ้นปี อย่าตัดสิ้นความสำเร็จหรือล้มเหลวพียงแค่การเทรดเพียงแค่ครั้งเดียว กลยุทธในการเทรดอาจจะผิดพลาดถึง 10 ครั้งติดๆกัน ด้วยการสูญเสียครั้งครั้งละน้อยๆ เช่น -15 จุด แต่เมื่อการเทรดเข้าทางของคุณ คุณอาจทำได้ถึง +300 จุด ต่อเดือนและอาจทำได้ถึง +2000จุด ต่อปี แต่ถ้าคุณตัดสินการเทรดทั้งหมดจากเพียงแค่การเทรดในตอนเริ่มต้นเท่านั้น คุณก็อาจจะยอมแพ้ไปก่อน ก่อนที่จะได้พบกับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ในภายหลัง

17.ไม่มีใครเกิดมาพร้อมที่จะเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จโดยทันที เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จล้วนแล้วแต่ต้องผ่านการเรียนรู้ทั้งนั้น คุณอาจจะต้องล้างพอร์ตหลายครั้ง และอาจจะต้องฝากเงินเข้าไปในพอร์ตอีกหลายครั้ง จนกว่าคุณจะพบแนวทางของคุณเองที่สามารถทำกำไรได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมการเริ่มต้นของเทรดเดอร์หน้าใหม่จึงควรที่จะเทรด้วยแอคเค้าท์ขนาดเล็ก ซึ่งไม่มากกว่า 1,000 เหรียญ และเมื่อคุณทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอในแอคเค้าท์เล็ก คุณก็สามารถที่จะฝากเงินเพิ่มได้เพื่อเทรดด้วยขนาดล็อตที่ใหญ่ขึ้น

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สนใจเปิดบัญชีเทรด Forex กับโบรกเกอร์ Exness คลิ๊ก 







วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

17 ทริปการเทรดในตลาด Forex สำหรับมือใหม่ ตอนที่ 1



 

1.พยายามพัฒนากลยุทธในการเทรดและต้องแน่ใจว่ามันทำงานได้ดีกับข้อมูลในอดีต จากนั้นต้องแน่ใจว่ามันทำงานได้ดีในเดโมแอคเค้าท์ และสุดท้ายต้องแน่ใจว่ามันทำงานได้ดีในแอคเค้าท์จริงด้วยปริมาณล็อตน้อยๆ จากนั้นถ้ามันทำงานได้ดีคุณสามารถนำมันมาใช้งานจริงกับปริมาณการเทรดที่ใหญ่ขึ้น การเทรดที่ไม่มีกลยุทธจะทำให้ไม่สามารถมีกำไรในระยะยาวได้

2.เมื่อคุณเทรด คุณจะต้องพิจารณาแนวโน้มของเทรนในปัจจุบันเสมอ ซึ่งมันขึ้นกับทามเฟรมที่คุณใช้ เช่น ระยะวันหรือระยะเดือน เป็นต้น ถ้าตลาดอยู่ในสภาวะที่มีแนวโน้ม คุณจะต้องเปิดเทรดตามแนวโน้มนั้น ห้ามเปิดเทรดสวนแนวโน้มนั้น และถ้ามันไม่มีแนวโน้ม คุณสามารถเทรดได้ทั้งสองทิศทางด้วยการขีดเทรนไลน์ในลักษณะ Channel

3.ก่อนที่คุณจะเทรดในทามเฟรมนั้นๆ คุณจะต้องตรวจสอบทามเฟรมที่มีขนาดใหญ่กว่าเสมอ เช่น ถ้าคุณเทรดระหว่างวัน คุณจะต้องตรวจสอบทามเฟรมระยะเดย์ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้เทรดสวนทามเฟรมระยะเดือน

4.ใช้ทามเฟรมขนาดเล็กเพื่อหาจุดเข้าจุดออกที่ดีที่สุด ถ้าคุณเทรดทามเฟรม 1 ชั่วโมง ใช้ทามเฟรม 15 นาที เพื่อหาจุดเข้าจุดออกที่ดีที่สุด ถ้าคุณเทรดทามเฟรมระยะวัน คุณควรใช้ทามเฟรม 1 ชั่โมงในการหาจุดเข้าและจุดออกที่ดีที่สุด

5.เรียนรู้วิธีการบริหารความเสี่ยง เพราะถ้าคุณไม่บริหารความเสี่ยงและเทรดมากจนเกินไป เมื่อทุนคุณหมด คุณก็จำเป็นที่จะต้องออกจากธุรกิจนี้อย่างทันที นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณไม่ควรเสี่ยงเกิน 5% ของพอร์ต และสำหรับทริปนี้ ผมแนะนำว่าคุณไม่ควรที่จะเทรดเกิน 2-3% ของพอร์ต

6.เรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ของคุณ เมื่อคุณเปิดและปิดโพซิชันของคุณบนพื้นฐานของอารมณ์ไม่ใช่บนพื้นฐานของระบบที่ได้บอกคุณ เมื่อนั้นคุณจะเริ่มเสียเงิน เช่นเดียวกันถ้าคุณชนะติดๆกันคุณก็จะเริ่มคิดว่าคุณเองคือผู้วิเศษ และละทิ้งระบบของคุณซึ่งจะนำไปสู่การสูญเสียเงินครั้งใหญ่ ดั้งนั้นคุณจะต้องทำใจให้สงบ ไม่ว่าคุณจะเทรดได้หรือเสีย หลังจากการเทรดที่พ่ายแพ้ ไม่นานคุณก็จะได้พบกับการเทรดที่ได้รับชัยชนะ ซึ่งจะชดเชยการสูญสียที่มีมาก่อนหน้านั้น

7.กลยุทธในการเทรดควรจะเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และบุคลิกภาพของคุณ ถ้าคุณมีเวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน คุณควรเลือกเทรดในทามเฟรมขนาดใหญ่ เช่น ระยะวันหรือระยะเดือน ถ้าคุณไม่สามารถรอคอยการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ได้คุณควรเทรดในทามเฟรมขนาดเล็ก เช่น 5-15 นาที ถ้าคุณต้องการเวลาหลายชั่วโมงในการตัดสินใจ คุณควรเลือกทามเฟรมขนาดใหญ่ และเทรดในแนวโน้มระยะยาว

8.ถ้าคุณกำลังสงสัยหรือไม่แน่ใจในตลาด คุณควรงดจากการเทรด การที่คุณหยุดเทรดจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการเสียเงินได้ และเตรียมความพร้อมที่จะทำกำไรก้อนใหญ่เมื่อมีเทรนปรากฏขึ้น

9.ใช้จุดตัดขาดทุนหรือการเฮดจ์เสมอ เมื่อคุณอยู่ตรงข้ามกับแนวโน้มคุณควรตัดขาดทุนหรือเฮดจ์เพื่อรักษาเงินทุนของคุณไว้อย่าเสี่ยงเงินของคุณทั้งหมดเพียงเพื่อการเทรดเพียงแค่ครั้งเดียว

 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สนใจเปิดบัญชีเทรด Forex กับโบรกเกอร์ Exness คลิ๊ก 

วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วิธีถอนเงิน ถอนกำไร Exness เข้าธนาคารในไทย Withdrawal Funds

1. ไปที่หน้าเว็บไซต์ Exness คลิกเข้าสู่ระบบ ใส่ ID บัญชีเทรด และรหัส เพื่อเข้าสู่ระบบ 


2. เข้าที่ menu การถอนเงิน(Withdrawal)



3. เลือกประเภทการดำเนินการ>>การโอนเงินผ่านธนาคารออนไลน์ในประเทศไทย


4. เลือกธนาคารในไทยที่เราต้องการถอนเงินจากExness ที่Bank Name  ในตัวอย่าง เป็น ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน)


5. ใส่เลขที่บัญชีธนาคารที่ต้องการให้ Exness โอนเงินเข้า และใส่จำนวนเงินที่ต้องการถอนหน่วยเป็น USD คลิกปุ่มทำการถอนเงิน


6. ถ้าชื่อบัญชีไม่ตรงกับชื่อที่เราเปิดพอร์คลงทุน ระบบก็จะให้เราใส่รหัสผ่านเพื่อทำการยืนยัน รหัสจะถูกส่งไปยัง emailของเรา ดังภาพด้านล่างให้เอารหัสนั้นมาใส่ จากนั้นให้คลิกปุ่ม ยื่นยันการถอนเงิน 
 ใส่รหัสยืนยันการถอนเงินExness




7. ระบบการถอนเงินexness ก็จะแสดงหน้าจอ และสถานะการถอนเงิน


8. เมื่อไม่มีการยกเลิกการถอนเงิน ไม่นานเมื่อเงินเข้าบัญชีธนาคาร สถานะก็จเปลี่ยนเป็น ยอมรับแล้ว


9. SMS แจ้งเตือนเงินเข้าบัญชี


Exness Automatic Withdrawal ระบบเบิกเงินอัตโนมัติง่ายสะดวก รวดเร็ว กดถอนเงินไม่กี่นาทีเงินเข้าบัญชีเราทันที

ขอบคุณที่มา : http://www.การเล่นหุ้น.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99exness%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3/

ฝากเงินลงทุนExnessผ่าน7-11

วิธีฝากเงินลงทุนกับEXNESS ผ่านเซเว่นอีเลฟเว่นCounter Service
1.ล็อก อิน เข้าexnessเลือกaAdd funds โอนขั้นต่ำ350บาท หรือแล้วแต่ค่าเงินขณะนั้น ทั้งนี้และทั้งนั้นคำนวณออกมาแล้วต้องไม่ต่ำกว่า10$ เช่น ถ้าค่าเงินบาทตอนนี้เท่ากับ30บาทต่อ1$ ยอดโอนขั้นต่ำก็อยู่ประมาณ330บาทถ้วน(เพราะต้องเพื่อค่าธรรมเนียมของทาง โบรกเกอร์ด้วย) ทางโบรกเกอร์อนุญาติให้โอนเงินเข้าบัญชีซื้อขายเท่าไรก็ได้ไม่จำกัดยอดเงิน ในบัญชีซื้อขายหุ้นของท่าน(เงินในบัญชีนี้สามารถถอนออกได้ตลอดเวลาตามความ ต้องการของท่าน เงินในบัญชีนี้คือเงินของท่านไม่ใช่เงินของทางโบรกเกอร์)

2.ระบบจะเปลี่ยนเงินของท่านเป็นเงินดอลล่า

3.ตรวจสอบความถูกต้อง

4.ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปไว้แล้วนำไปให้พนักงานคิดเงินที่711หรือโลตัส คลิ๊กdoneไปเรื่อยๆจนกว่าจะกลับสู่หน้าของโบรกเกอร์Exness

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ช่วงเวลาไหนของวันที่เหมาะสมในการเทรด forex



บทสรุป สำหรับเทรดเดอร์ forex จำนวนมาก ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของวัน คือ ในช่วงเวลาตลาด Asian คู่เงินของยุโรป เช่น EUR/USD แสดงให้เห็นถึงความเหมาะสมที่สุด


เราได้วิเคราะห์บัญชีจริงของลูกค้า FXCM กว่า 12 ล้านบัญชี และเราได้พบว่าเทรดเดอร์สามารถทำกำไรและขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญตามช่วงเวลาของวัน จากข้อมูลพบว่าเทรดเดอร์จำนวนมากเป็นเทรดเดอร์แบบ Range Trader ซึ่งความสำหร็จและความล้มเหลวของเขาจะขึ้นอยู่กับสภาวะของตลาด ในความเป็นจริงปัญหาของสไตล์การเทรดแบบนี้ คือการเทรดในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม

เทรดเดอร์ forex จำนวนมากประสบความสำเร็จในช่วงเวลาหลังจากตลาด US ,ตลาด Asian หรือช่วงต้นของตลาดยุโรป ซึ่งอยู่ในช่วง 2 PM ถึง 6 AM Eastern Time (นิวยอร์ก) ซึ่งก็คือ 7 PM ถึง 11 AM ของ UK Time
 

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นล่ะ ? เราได้จดบัญทึกจากเทรดเดอร์กว่าพันคน กราฟด้านล่างจะแสดงให้เห็นถึแนวโน้มของลูกค้า FXCM จากปี 2009 – 2010 กราฟแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรของเทรดเดอร์ และแสดงคู่เงินที่เป็นที่นิยม 5 คู่

 When_is_the_Best_Time_of_Day_to_Trade_Forex_body_Chart_3.png, When is the Best Time of Day to Trade Forex?



สถิติการทำกำไรภายในวันอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละวัน แต่รูปแบบในระยะยาวจะมีความเสถียร แล้วแต่ละช่วงเวลาของวันมีผลอย่างไรต่อการทำกำไรของเทรดเดอร์ล่ะ


คุณจะสามารถสังเกตเห็นในช่วงเวลาที่เทรดเดอร์มีประสิทธิภาพคือเส้นแนวโน้มพุ่งขึ้นกับชั่วโมงการเทรดที่มีความผันผวนต่ำ จะเห็นได้ว่าเทรดเดอร์มีแนวโน้มที่จะทำกำไรได้ดีในช่วงเวลาของตลาด Asian และกราฟด้านล่างจะแสดงให้เห็นว่าแนวโน้มของเงินสกุลยูโรมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวน้อยกว่าเมื่อผานช่วงเวลานี้ไป

 When_is_the_Best_Time_of_Day_to_Trade_Forex_body_Picture_4.png, When is the Best Time of Day to Trade Forex?



กลยุทธ์ Range trading หมายถึงกลยุทธ์ที่ ซื้อถูก/ขายแพง ถ้าค่าเงินตกลงมาและอยู่ใกล้กับแนวรับที่มีนัยสำคัญ เทรดเดอร์ก็จะซื้อ และเช่นกันเมื่อค่าเงินวิ่งขึ้นไปเทรดเดอร์ก็จะขาย กลยุทธ์นี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อราคาไม่สามารถทะลุผ่านแนวรับและแนวต้านผ่านไปได้

และแน่นอนว่าถ้าราคาทะลุแนวรับหรือแนวต้านออกไปเทรดเดอร์ต้องแย่แน่ๆ เราจะหลีกเลี่ยงสภาวะตลาดที่แย่สำหรับสไตล์การเทรดแบบนี้ได้อย่างไร ?


มีตัวชี้วัดหรือไม่ว่าชั่วโมงไหนควรซื้อขาย ?

แน่นอน ,มีตัวชี้วัดมากมาย

เรามีโมเดลที่จะใช้ในการเทรด โดยเราได้ทดลองประสิทธิภาพในการเทรดคู่เงิน EUR/USD ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 ปี แต่ผลที่ออกมานั้นไม่ดีเลย



When_is_the_Best_Time_of_Day_to_Trade_Forex_body_Chart_2.png, When is the Best Time of Day to Trade Forex?

กฎในการเทรดด้วยกลยุทธ์ RSI

กฎการซื้อ: เมื่อ RSI ตัดเหนือ 30

กฎการขาย: เมื่อ RSI ตัดต่ำกว่า 70


ตอนนี้ปัจจัยด้านเวลากลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เรารู้ว่าแนวโน้มของค่าเงินยูโรจะไหวน้อยลงเมื่อผ่านชั่วโมงหลักไป ต่อไปเราจะใช้ประโยชน์จากการเทรดในชั่วโมงที่มีความผันผวนต่ำ

กราฟต่อไปเราจะมาเปรียบเทียบ 2 กลยุทธ์ แต่จะต่างกันที่เส้นสีเขียวจะไม่เทรดในช่วงเวลาที่มีความผันผวนสูงของแต่ละวัน คือ 6 AM ถึง 2 PM Eastern time (11 AM ถึง 7 PM London time)



 When_is_the_Best_Time_of_Day_to_Trade_Forex_body_Object_8.png, When is the Best Time of Day to Trade Forex?

กฎในการเทรดด้วยกลยุทธ์ RSI เฉพาะช่วงเวลา Asian

กฎการซื้อ: เมื่อ RSI ตัดเหนือ 30

กฎการขาย: เมื่อ RSI ตัดต่ำกว่า 70


แล้วคู่เงินอื่นล่ะเป็นอย่างไร ?

 When_is_the_Best_Time_of_Day_to_Trade_Forex_body_Picture_9.png, When is the Best Time of Day to Trade Forex?


เราได้ทดลองเช่นดียวกันกับคู่เงิน USD/JPY แต่ปรากฏว่าได้ผลที่แย่


 When_is_the_Best_Time_of_Day_to_Trade_Forex_body_Chart_10.png, When is the Best Time of Day to Trade Forex?


เราพบว่าตัวกรองเวลาได้จะได้ผลดีกับค่าเงินสกุลยูโร เช่น EUR/USD และ USD/CHF และตัวกรองเวลายังทำงานได้ดีกับ GBP/USD  ซึ่งเราอาจจะต้องเทรดในช่วง 2 PM ถึง 6 AM

โชคร้ายการใช้ตัวกรองเวลาของเราไม่เหมาะกับค่าเงิน  Asian ซึ่งการทดสอบของเรากับค่าเงิน  USD/JPY AUD/USD และ NZD/USD ไม่สามารถที่จะทำให้กราฟเงินทุนเพิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้อาจจะเนื่องมาจากสาเหตุที่ว่าคู่เงินเหล่านี้มีการเคลื่อนไหวมากในช่วงเวลาของตลาด Asian


การวางแผน

เราจะเทรดค่าเงินยูโรในช่วงเวลาที่มีความผันผวนต่ำด้วยกลยุทธ์ Rang trading ในช่วงเวลา 2 PM ถึง 6 AM Eastern time (11 AM ถึง 7 PM London time)

 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สนใจเปิดบัญชีเทรด Forex กับโบรกเกอร์ Exness คลิ๊ก 

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ดวงไม่ดีก็รวยได้




 
 มีโอกาสเจอรุ่นพี่ที่เคยทำงานด้วยกัน เขาซื้อหนังสือที่ผมเขียนไปอ่านจนจบ เลยสนใจอยากมาลงทุนในตลาดหุ้น พูดคุยกันพอประมาณ แต่ผมติดใจคำแรกที่พี่เขาเอื้อนเอ่ยออกมามาก นั้นคือ เขาบอกว่า "เขาอยากไปเสี่ยงดวงในตลาดหุ้น" เผื่อว่าจะรวยเป็นเศรษฐีบ้าง

ได้ฟังคำแรกก็รู้แล้วว่าเริ่มต้นไม่ถูก เพราะถ้ามองการลงทุนเป็นการเสี่ยงดวง หรือจะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยดวง แบบนั้นโอกาสจะไปถึงเป้าหมายนั้นยาก เพราะ จิตใจเราคิดถึงแต่ออฟชั่นเสริม หรือทางลัดที่มานำพาเราไปยังเป้าหมาย มันไม่ใช่การไปถึงเป้าหมายด้วยตนเอง สุดท้ายนักลงทุนที่คิดแบบนี้หนีไม่พ้นการบูชาวัตถุมงคล ของขลัง ซื้อหุ้นตามคนอื่น แบบหวังเสี่ยงดวง บางวันดวงดีได้กำไรนิดหน่อย อีกวันขาดทุนหนัก และก็โทษว่าดวงไม่ดี สุดท้ายทั้งปี มีแต่เสียเงินขาดทุน


ตั้งต้นไม่ถูกผิดหมด
เพราะอะไรนะหรือครับ เพราะถ้าไปตั้งต้นที่ดวงชะตา(ตัวแทนของสิ่งที่มองไม่เห็น) แล้วนั้น เราก็จะไม่ตระหนักถึงการพัฒนาศักยภาพตัวเราจริงๆ ไม่เรียนรู้ ไม่ฝึกฝน ไม่อดทน ไม่พยายาม พอแพ้พอผิดหวังก็โทษดวง โทษฟ้าตลอดไป

การลงทุนไม่ใช่การเสี่ยงดวง เพราะการเสี่ยงดวงมันคือการเลือก การทำตามอารมณ์ตามความรู้สึก แต่เมื่อคิดจะลงทุนทุกอย่างมันมีเหตุมีผล มีเงื่อนไขการเลือกหุ้น การซื้อ การขายชัดเจน ที่ระบบการลงทุนที่ เราสามารถจับต้องได้ ถ่ายทอดได้ สิ่งนี้เป็น ความจริงสากล ที่ยอมรับกัน ไม่เกี่ยวกับ ดวงชะตาของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่นั้นกองทุนเฮ็ดฟันด์ ถ้าผู้จัดการกองทุน เกิดดวงตก ก็คงต้องขาดทุนป่นปี้แน่นอน หรือกลับกันถ้าหวังพึ่งดวงชะตาของใครคนใด คนหนึ่ง กองทุนเฮ็ดฟันด์ขนาดใหญ่ก็คงทำงานไม่ได้ เพราะต้องไปติดกับใครคนใดคนหนึ่ง
การลงทุนมีความเสี่ยง แต่ไม่ใช่เสี่ยงดวง
แล้วที่เขาพูดกันว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ใช่เสี่ยงดวงหรือ?? ตอบคือไม่ใช่ครับ คนละเรื่อง ความคิดว่าอยากจะรวยก็ต้องลุ้นโชคใหญ่ ต้องเสี่ยงโชค มันไม่เกี่ยวกันเลย ความเสี่ยง(Risk) ในการลงทุน มันคือความเสี่ยงแบบเป็นเชิงปริมาณ จับต้อง บริหารจัดการได้ ต่างจาก เรื่องของดวงชะตา (เพราะมันไม่มีตัวตน) เมื่อความเสี่ยงในตลาดหุ้น มันเป็นเชิงปริมาณ เราสามารถใช้คณิตศาสตร์โมเดลได้ เราก็จัดการกับความเสี่ยง และกระจายความเสี่ยงเพื่อลดผลเสียหายได้เสมอ

มองการลงทุนแบบหลักความน่าจะเป็น(เป็นเรื่องของสถิติ) แน่นอนว่าเราไม่สามารถซื้อหุ้น 10 ครั้งแล้วจะ ชนะได้กำไรทั้ง 10 ครั้ง แต่เราก็สามารถทำกำไร หรือสร้างผลประโยชน์ จากตัวที่เข้า win ได้เสมอ แล้วด้วย องค์ความรู้จากการวิเคราะห์หุ้นและการเลือกจังหวะ ซื้อขายได้ถูก มันจะทำให้ เรากำไรจากตัวชนะได้เสมอ ได้มากเพียงพอ แม้ว่าเราจะดวงไม่ดี หรือดวงกุดเลือกหุ้นถูกต้องเพียงไม่กี่ครั้ง
ตัวอย่างภาพนี้เป็นผลการเทรด ของระบบเทรดในตลาดทองคำ(Gold Future) ของผม เป็นระบบลงทุนที่ความถูกต้องต่ำ ความน่าจะเป็นของการชนะ(%win) ที่ 60% หมายความว่า 10 ครั้งทายถูกแต่ 6 ผิดถึง 4 เรียกว่าความแม่นยำระดับไม่สูง แต่ผลตอบแทนที่ได้ก็ชนะตลาด ทำกำไรได้ให้พอร์ตเติบโตอย่างมีนัยยะ 

เพื่อ ให้แน่นอนผมทดสอบต่อ อีก 2 เดือน ด้วยระบบเดิม(ให้เริ่มต้นที่เงินต้น 200 เหรียญเท่ากัน) เพื่อทดสอบสมมติฐานว่า ผลกำไรที่ได้มัน random walk หรือใช้ดวงจริงหรือไม่ 
รอบ พย. 2012 รอบนี้ %win= 76, MaxDD = 4%

รอบ มค. 2013 รอบนี้ %win= 72, MaxDD = 6.7%

ซึ่ง ผลการทำงานของระบบเทรด ทดสอบการเข้า order ถึง 132 ครั้งระยะเวลา 3 เดือน ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ผลตอบแทนกำไรที่ได้นั้นไม่ได้เกิดเพราะผมดวงดี แต่เกิดจากการวางแผนกลยุทธการลงทุนเป็นระบบ ถูกจังหวะ ถูกสภาวะแนวโน้ม ที่สำคัญมีการบริหารจัดการความเสี่ยง การควบคุม Drawdown ในระดับต่ำ(Max DD = 10% average DD ที่ 8.9 %) สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องขององค์ความรู้ และประสบการณ์ที่สามารถนำมาใช้ได้จริงในตลาดหุ้นหรือตลาดเก็งกำไรต่างๆ 

หลาย คนอ่านมาตรงนี้ถ้ายังสงสัยอีก ว่าผม "เล่นของขลัง"จึงดวงดี อยู่แล้วมั้ง ก็ยืนยันเลยไม่เกี่ยว เพราะที่ทดสอบผมเขียนโปรแกรม สร้าง EA Robot ให้มันเทรด บนระบบ automatic trading system ดังนั้นคนไม่เกี่ยว เราใช้องค์ความรู้ สร้าง algorithm ให้ robot อย่างเดียว ดังนั้น ยืนยัน 100% ดวงไม่เกี่ยว ไม่ใช่การเสี่ยงดวงหรือโชคชะตาอะไรทั้งนั้น


รวยได้เพราะดวง
เมื่อมองจาก จำนวนคนประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นมี %น้อย แล้วเอาไปเทียบกับคนที่ถูกหวยรางวัลที่ 1 ซึ่งมี %น้อยเช่นกัน ถ้ามองแบบนั้นก็เลยไปอนุมานว่าคนประสบความสำเร็จจากตลาดหุ้นคือคนดวงดี 

ถ้ามองไปที่เซียนหุ้นระดับโลก นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ แล้วไปสรุปว่าพวกเขาเหล่านี้ดวงดีถึงได้รวย(พวกเราไม่รวยเพราะดวงไม่ดี) มันคงเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม เพราะถ้าลองศึกษาประวัติพวกเขาเหล่านั้น ล้วนผ่านช่วงยากลำบากมาทั้งนั้น บางคนต้องพยายามติดกับ ความล้มเหลวมาหลายปี ไม่ต่างกับคนทั่วไปในตลาด

แต่คุณสมบัติหนึ่งของคนจะประสบความสำเร็จนั้นคือ ความพยายามแบบไม่ท้อถอย เมื่อเขาไม่ล้มเลิก บวกกับการพัฒนาตนเอง เรียนรู้จากสิ่งผิดพลาด จนมีความพร้อมมีประสบการณ์ และเมื่อสภาวะตลาดหุ้นอำนวย นั้นทำให้เขาสามารถได้รับผลตอบแทนที่ดี ที่สูง สามารรถสร้างฐานะ เงินทอง จนประสบความสำเร็จ แบบที่เราเห็นทุกวันนี้

เซียนหุ้นคนหนึ่งที่ชื่นชอบมาก นั้นคือ Jesse Livermore เจ้าของฉายา "Great Bear of Wall Street" เขาเป็นลูกเกษตรกร ยากจน เรียนไม่จบไฮสกูล แต่เขาสามารถเป็นเศรษฐีเงินล้านได้่ จากการลงทุนในตลาดหุ้นมาเกือบ 30 ปี แถมชีวิตการลงทุนก็ไม่ธรรมดา ผาดโผนยิ่งนัก

จากนักลงทุนวัย 20 ต้นๆ ที่เข้ามา wall street ด้วยเงินไม่กี่ร้อยเหรียญใช้เวลาเกือบ 10 ปีกว่าจะมีเงินล้าน เมื่อมีเงินล้านแล้วยังขาดทุนหมดตัว จากนั้นก็กลับมารวยเงินล้านอีกครั้งตอนตลาดกระทิงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ( World War I bull market) และทำกำไรมหาศาลจากการ short sell ตอน Great Depression ได้กำไรหลัก 100 ล้านเหรียญ 

หลังจากนั้นปี 1935 เขาขาดทุนจนเกือบหมดตัวอีกรอบ แต่ด้วยการกระจายความเสี่ยงเอากำไรไปซื้อพันธบัตร ทำให้เขายังมีสินทรัพย์หลักล้านเหรียญ แม้จะเกิดกับเขาแบบนั้น เขายังไม่เคยโทษโชคชะตาสักนิด

ในหนังสือ "Reminiscences of a Stock Operator" ของเขา เขาเขียนชัดเจนว่า สิ่งที่ทำให้เขาผิดพลาดขาดทุนหมดตัว ไม่ใช่เพราะดวงแต่เป็นเพราะ ตัวเขาเองที่โลภและไม่ได้ทำตามแผนที่วางไว้ แน่นอนว่าในช่วงที่เขารวยทีเงินล้านได้ถึง 2 ครั้งก็ไม่ใช่เพราะดวงดี แต่เป็นเพราะเขาทำการบ้านติดตามราคาหุ้น ติดตามวิเคราะห์ตลาด อย่างเป็นระบบ เขาได้ถ่ายทอดวิธีการลงทุนและนวคิดการลงทุนของเขาไว้ในหนังสือ 

สรุป
สรุปตรงนี้เลยแล้วกันครับ ถ้าอยากจะรวย อยากประสบความสำเร็จ อย่าไปงมงายเรื่องดวง แต่จงเชื่อในเรื่องของ "กรรม" รวยได้เกิดขึ้นเพราะกรรมดี จากการฝึกฝน การอดทน การพยายาม ทำให้มากกว่าคนอื่น มุมานะเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ถ้าเราพยายามไม่ยอมแพ้ เรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต วางแผนการลงทุนอย่างเป็นระบบ มีกลยุทธ เหมาะสมกับจริตเรา ต่อให้ทั้งชีวิตเราดวงซวย ห่วยขั้นเทพ แพ้มาตลอด ยังไงก็ต้องชนะได้ครับ เพราะตลาดหุ้นมันเคลื่อนไหวแบบมีวัฏจักร รอบกระทิง แม้จะรอนาน แต่มันมีมาเสมอถ้าเราเตรียมตัวเราให้พร้อม ไม่ท้อไม่ถอดใจไปเสียก่อน

นักพนันโป๊กเกอร์มืออาชีพ(Professional Gambling) ที่หากินกับบ่อนในลาสเวกัส เวลาเขาไปหาเงิน เขายังไม่เรียกว่าไปเสี่ยงดวงเลย (เพราะเขาไม่ใช่ดวงแต่ใช้ความสามารถ ใช้แผนกลยุทธ์) แล้วเราเป็นนักลงทุนห่างจากการพนันตั้งไกล จะมาใส่ใจ กังวลใจกับดวงชะตาทำไม จริงไหมครับ 
 
ขอขอบคุณ http://www.cway-investment.com/2013/02/blog-post_5259.html